Part 2 คร๊าบบบบ คุณว่าจะดีไหมถ้าเราสามารถทำอะไร ๆ กับเจ้าสมาร์ทโฟนของเราเองโดยที่ไม่ต้องเข้าร้าน หรือวานเพื่อนช่วยดูให้หน่อย ปัญหายุ่งยากเกี่ยวกับเจ้า สมาร์ทโฟน จะหมดไปถ้าเรารู้วิธีหรือเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้เราในเบื้องต้นได้ ก่อนหน้านี้ได้แนะนำวิธีง่าย ๆ ไปแล้วถึง 5 Tips เรามาต่อกันอีก 5 Tips สุดท้ายที่จะช่วยให้ปัญหาที่ท่านเคยพบเจอหรืออาจจะยังไม่เคยเจอ ให้มันกระจ่างกันไปเลย 55+
6. ซื้อแอพฯผิด...ไม่อยากเสียตังค์ฟรี...จะแก้ไขยังไงดีครับ
- Android
- หากเราเกิดซื้อแอพฯ ผิดขึ้นมา หรืออาจจะกดไปโดนปุ่มซื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้เราทำการ uninstall and refund แอพฯ นั้นทันที รีบกดอย่าให้เกิน 15 นาที ก็จะไม่มียอดจ่ายเงินเกิดขึ้น แต่หากเราปล่อยนานเกิน 15 นาที ก็ต้องรอประมาณ 2-3 อาทิจย์กว่าจะได้เงินคืน ส่วนการซื้อภายในแอพฯอีกที (In app purchase) จะต้องทำการติดต่อกับทางผู้พัฒนาแอพฯ ในการขอเงินคืนหรือยกเลิกรายการสั่งซื้อ
- iPhone
- ส่วนทาง IOS จะต้องทำการแจ้งปัญหาจากการซื้อแอพฯต่าง ๆ ที่ผิดพลาดหรือไม่ได้ตั้งใจผ่านทาง iTunes โดยไปที่ ID Account แล้วเลื่อนลงมาที่ Purchase historySee all แล้วเลือก วันที่ กับ ชื่อแอพฯที่เราต้องการ แจ้ง Report problem ทำการเลือกชนิดของปัญหา Summit ในกรณีที่เป็น In app purchase ให้ทำแบบเดียวกับทาง Android ได้เลย
7. เล่น Flash ไม่ได้....ทำไงดีน่าาาาา
พูดถึง flash ก็คงจะบอกไม่ได้ว่าไม่มีความจำเป็นกับสมาร์ทโฟนของเรา หลังจากมี่ทาง Adobe ออกมาประกาศว่า flash จะไม่รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนอีกต่อไป ซึ่งมันจะทำให้เราเล่นเกมส์หรือดูหนังออนไล์ผ่าน Browser ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นเราจึงจะต้องมีแอพฯ ดี ๆ เข้ามาเสริม หรือไม่ก็หา Browser ที่ใช้เล่น Flash เข้ามาช่วยแทน ซึ่งผมมีแอพฯมาแนะนำ นั่นก็คือ Photon เป็นแอพฯที่ไม่มีความยุ่งยากในการใช้งานและเล่น Flash ได้อย่างแน่นอน จะอาจจะไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไหร่และมีอาการหน่วงบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่สามารถดูวิดีโอได้ (ส่วนการเล่นเกมส์ผมไม่แนะนำนะครับ)
- Android
- เมื่อเราทำการโหลดแอพฯ Photonมาติดตั้งแล้ว ก็ทำการเปิดแอพฯขึ้นมาใช้งาน ถ้าเราต้องการจะใช้งาน Flash ก็ให้เราทำการกดที่รูปสายฟ้าด้านบนขวามือของหน้า Browser ทำนั้นครับ แอพฯ ก็จะทำการรันหน้าเว็บไซต์นั้นบน Flash
- iPhone
- IOS นั้นทำแบบเดียวกับ Android ทุกระเบียบนิ้วเลยครับ
8. ตั้งค่าภาษาและคีย์บอร์ด...ยังไงหว่าาาาา
- Android
- Setting -> Language and input -> เลือกคีย์บอร์ดที่จะทำการตั้งค่า (ในเครืื่องอาจจะมีคีย์บอร์ดที่ติดมากับเครื่อง และ App คีย์บอร์ดที่เราโหลดมา) กดที่รูปเฟืองข้างหลังตัวคีย์บอร์ดที่เลือก
- เลือก Input Language -> เลือกติ๊กภาษาที่เราจะทำการตั้งค่าเป็นภาษาหลักที่จะใช้งานจะเลือกกี่ภาษาก็ได้นะครับ
- ส่วนรูปแบบการเปลี่ยนภาษาในขณะพิมพ์ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะคีย์บอร์ดนั้น ๆ ครับ
- iPhone
- ไปที่ Setting -> General -> keyboard
- ถ้าอยากเพิ่มภาษาให้เข้าไปที่ Add new Keyboard ก็จะมีภาษาให้เราเลือกเยอะแยะมากมาย ในบางภาษาก็จะมีรูปแบบคีย์บอร์ดที่แตกต่างกันออกไป
- ในส่วนภาษาไทยถ้าเข้าไปที่แบบอักษร ก็จะมีให้เราเลือกด้วยว่าอยากได้รูปแบบภาษาไทย แบบ 4 แถว หรือ 5 แถว
9. จะมีดีหรือป่าว...ในการเรียกใช้ On Screen Home Button ?
จริง ๆ แล้วสำหรับทาง Android นั้นต้องบอกว่าแทบไม่จำเป็นเลยก็ว่าได้ เพราะมือถือส่วนใหญ่จีมีปุ่ม Home เป็นแบบ Touch Screen อยู่แล้ว แต่สำหรับบางรุ่นที่ไม่มีแล้วอยากถนอมปุ่มไว้ก็ไม่มีปัญหาครับ มาดูกัน
- Android
- ทำการโหลด App ที่ชื่อว่า iTouch เป็นแอพฯฟรีครับ การใช้งานไม่ยุ่งยากครับ เพราะมันเหมือนกับ Assistive Touch ของ IOS เลยก็ว่าได้
- iPhone
- เข้าไปที่ Setting -> General -> Accessibility
- เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ เลือก Assistive Touch ทำการเปิดฟังก์ชันนี้ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีปุ่ม Home มาอยู่บนหน้าจอคุณแบบพร้อมใช้งานได้เลย
10. สมัคร ID Apple แต่ไม่มีบัตรเครดิต.....ทำไงดี?
ไม่ต้องบบอกส่วนใหญ่ก็น่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าการสมัคร Apple ID เพื่อนำมาใช้กับอุปกรณ์ของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันจะให้คุณใช้บัตรเครดิตด้วย ส่วน Android นั้นผมจะไม่พูดถึงแล้วกันนะครับ เพราะเพียงแค่คุณมี Gmail ก็สามารถเข้า play store ได้เลย
- iPhone
- ทำการติดตั้ง iTunes ลงเครื่อง pc ของเราครับ
- ใช้เทคนิคหลอกล่อนิดหน่อยครับ ให้เราหา App ฟรีสักตัวหรือไม่ก็หาแบบเสียตังค์ไปเลยก็ได้ครับ จากนั้นจะมีหน้าจอให้เรากรอก ID ให้มองลงมาที่มุมขวาล่างแล้วเลือก Create Apple ID แทนครับ ทาง iTunes ก็จะให้เราสมัคร ID ใหม่ ก็ให้เราทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ครับ ตลอดขั้นตอนจะไม่มีการบังคับให้เรากรอกบัตรเครดิตแน่นอนครับ (มันจะมีให้เลือกว่าจะกรอกหรือไม่กรอกก็ได้)
สรุปกันแบบสั้น เป็นอับจบเรียบร้อยครับ สำหรับเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะนำไปใช้กับเจ้า Smart Phone หรือ Tablets ตัวเก่งของเราได้ ทั้ง Android และ IOS ครับ...ลองนำไปปรับใช้กันได้ตามแบบของเราเลยครับ
